รวมตัวยาดี?

    Share
    avatar
    ลุงหมอ
    ผู้ก่อตั้ง
    ผู้ก่อตั้ง

    จำนวนข้อความ : 6843
    Join date : 20/11/2010

    รวมตัวยาดี?

    ตั้งหัวข้อ  ลุงหมอ on Mon May 25, 2015 4:35 pm

    Wink Laughing Very Happy ตำรับยาไมยราบ * ยาสำหรับชำระล้างจุดซ่อนเร้น
    นำไมยราบทั้งห้า ล้างน้ำให้สะอาด แล้วนำมาหั่น ตากแดดให้แห้ง ใช้ประมาณ 5 กรัม ต้มน้ำประมาณ 100 ซีซี ลดไฟลง ต้มต่ออีกประมาณ 15 นาที จากนั้นกรองเอาน้ำไว้ใช้ล้างจุดซ่อนเร้น ช่วยให้กระชับและดับกลิ่น
    * ยาแก้ตกขาว ใช้ไมยราบ และหญ้าหวาดหลุบ (หญ้าคมปาว) ทั้งสองอย่างนี้มาต้มรวมกันไว้ดื่ม และต้มอาบ
    * ยาบำรุงสตรีหลังคลอด นำรากสดของไมยราบ ประมาณ 3-5 ราก มาต้มน้ำดื่ม ครั้งละประมาณครึ่งแก้วน้ำชา ดื่มวันละ 2-3 ครั้ง
    * ยาแก้เบาหวาน นำไมยราบทั้งต้นมาสับ ตากแดด ผสมกับครอบฟันสี ต้มน้ำดื่ม
    * ยาแก้นิ่ว ขับปัสสาวะ บวม นำไมยราบทั้งห้า มาต้มดื่ม ยาบรรเทาอาการบวมจากพิษแมลงสัตว์กัดต่อย นำใบไมยราบมาขยี้ แล้วแปะตรงที่มีอาการ
    * ยาแก้ฝีหนองหรือตุ่ม นำไมยราบทั้งห้าส่วน มาต้มน้ำดื่มและอาบ รากให้ทา
    * ยาแก้ปวดเอว ใช้เข้ากับจีผาแตก และเครือไมยราบ นำมาต้มดื่ม
    ในอดีต ไมยราบเป็นสมุนไพรประจำหม้อต้มยาของพระป่า ซึ่งท่านใช้แก้ปวดเมื่อย แก้ชัด ทำให้นอนหลับสบาย จึงเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่หมอยาพื้นบ้าน แต่กลับไม่เป็นที่นิยมใช้ เพราะนอกจากจะทำให้หลับ สงบประสาทแล้ว สมรรถภาพทางเพศของผู้ชายก็พลอยหลับไปด้วย เพราะเหตุนี้ พ่อหมอชาวมุสลิม ซึ่งเรียกไมยราบว่า “กือแมงาโต๊ะ” จึงห้ามไม่ให้ผู้ชายกินยาตัวนี้ เพราะจะทำให้ผู้ชายจะมาตีปูโจ๊ะ (หมดความรู้สึกทางเพศ) เทียบได้กับการทำหมันซึ่งถือว่าบาป
    สำหรับผู้หญิงแล้ว ไมยราบมีสรรพคุณที่น่าสนใจ คือ การใช้ชำระล้างจุดซ่อนเร้นและทำให้กระชับขึ้น ซึ่งเป็นสรรพคุณที่พ่อหมอแม่หมอภาคใต้ และหมอยาไทใหญ่บอกตรงกัน นอกจากนี้ ยังมีการศึกษาวิจัยพบว่า ไมยราบเป็นสมุนไพรที่ช่วยฆ่าเชื้อโรคได้ดี ทั้งยังเป็นพืชในตระกูลถั่ว ซึ่งส่วนใหญ่มีสารไฟโตเอสโตรเจน หรือสารธรรมชาติที่มีคุณสมบัติคล้ายฮอร์โมนเพศหญิง จึงสอดคล้องกับการนำมาใช้ในสรรพคุณดังกล่าว
    พ่อหมอไทใหญ่ก็พูดทำนองเดียวกันว่า กินหญ้าต่อหยุบแล้วจะทำให้ไม่อยากเข้าหาผู้หญิง แน่นอนว่าปุถุชนคงไม่ชอบ แต่สำหรับพระภิกษุ คงช่วยให้ท่านเจริญในธรรมได้ดี หมอยาพื้นบ้านทุกภาคนิยมนำไปไมยราบมาใช้รักษาแผล ทั้งแผลสด แผลเรื้อรัง แผลพุพอง ฝี หนอง ผดผื่นคัน เริม และงูสวัด ใช้ทั้งห้าต้มกินแก้ปวดหลัง ปวดเอว ปวดเมื่อย ปวดหัว ขับปัสสาวะ ขับนิ่ว แก้ไตพิการ แก้เบาหวาน ในตำรายาสมุนไพรไทยระบุว่า ไมยราบมีรสจืดเฝื่อน มีฤทธิ์ขับปัสสาวะ ขับระดูขาว แก้ไตพิการ
    *-*...ข้อควรระวัง ไม่ควรรับประทานต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน เพราะมีฤทธิ์ต่อสมองส่วนกลาง
    ไม่ควรใช้ในสตรีที่มีครรภ์และหญิงให้นมบุตร
    ไม่ควรใช้ในเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี ... ลุงหมอ?
    http://lungmor.forumth.com/
    farao santa


    แก้ไขล่าสุดโดย ลุงหมอ เมื่อ Thu Aug 06, 2015 4:40 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง
    avatar
    ลุงหมอ
    ผู้ก่อตั้ง
    ผู้ก่อตั้ง

    จำนวนข้อความ : 6843
    Join date : 20/11/2010

    ตัวยาดี?

    ตั้งหัวข้อ  ลุงหมอ on Thu Aug 06, 2015 4:39 pm

    Very Happy Laughing Rolling Eyes ผักกาดหัว ตัวยาดี? ลดโอกาสที่จะเป็นโรคหลอดเลือดและโรคหัวใจ? หัวไชเท้า มีส่วนในการสร้างคอลลาเจน(collagen) สรรพคุณที่หลากหลาย ฟื้นฟูและบำรุงผิวพรรณ - วิตามินซี ฟอสฟอรัส สังกะสี และวิตามินบีบางชนิดในหัวไชเท้า เป็นประโยชน์กับผิวพรรณเป็นอย่างมาก น้ำจากหัวไชเท้าช่วยให้ผิวมีความชุ่มชื้น หัวไชเท้าที่สับหรือบดจนละเอียดสามารถทำความสะอาดผิวได้อย่างดีจากสรรพคุณด้านการฆ่าเชื้อ นอกจากนี้หัวไชเท้ายังช่วยรักษาผิวที่แห้ง เป็นผื่น เป็นฝ้ากระได้อีกด้วย
    การลดน้ำหนัก - ส่วนประกอบของหัวไชเท้ามีระดับคาร์โบไฮเดรตที่ต่ำ มีน้ำมาก ทำให้เราอิ่มโดยไม่ทำให้ระดับแคลเลอรี่เพิ่มขึ้น มีใยอาหารมากทำให้ขับถ่ายได้สะดวก ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเผาผลาญพลังงานในร่างกายอีกด้วย ดังนั้นหัวไชเท้าจึงเป็นพืชอีกชนิดที่น่าสนใจใที่จะทำเป็นอาหารสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก
    *-*..ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย - มีเหตุผลมากมายว่าทำไมหัวไชเท้าจึงเป็นอาหารที่ควรทานควบคู่กับอาหารหลักของเรา การเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเป็นสามารถหนึ่งที่สำคัญ การดื่มน้ำหัวไชเท้าเพียงครึ่งแก้ว หรือทานเป็นอาหารว่างจะทำให้เราได้รับวิตามินซีมากเกือบ 15% ของปริมาณที่ควรรับประทานต่อวัน การทานแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆจะช่วยฟื้นฟูระบบภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย เราจะได้รับสารแอนติออกซิแดนท์(antioxidants) และช่วยเพิ่มปริมาณเม็ดเลือดขาว(อ้างอิง)ซึ่งมีความสำคัญมากในการต่อสู้กับโรค ไม่ว่าจะเป็นโรคหวัดธรรมดาหรือโรคมะเร็ง!
    วิตามินซีไม่เพียงเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย แต่ยังช่วยควบคุมกระบวนการเมทาบอลิซึม(metabolism)ซึ่งเปลี่ยนจากความอ้วนเป็นพลังงานที่สามารถใช้ได้ นอกจากนี้วิตามินซีจากหัวไชเท้ายังมีส่วนในการสร้างคอลลาเจน(collagen)ซึ่งเป็นโปรตีนที่จำเป็นในการสร้างความแข็งแรงให้กับผนังหลอดเลือด ทำให้ลดโอกาสที่จะเป็นโรคหลอดเลือดและโรคหัวใจ
    *-*.. โรคดีซ่าน - หัวไชเท้ามีประโยชน์มากสำหรับตับและกระเพาะอาหาร นอกจากนี้มันยังเป็นตัวดีท็อกซ์ได้เหมือนกัน ซึ่งหมายความว่ามันจะช่วยให้เลือดบริสุทธิ์ ขจัดสารพิษและของเสียออกไป หัวไชเท้ามีประโยชน์อย่างยิ่งในการรักษาโรคดีซ่าน เพราะหัวไชเท้าจะลดระดับของ Bilirubin และช่วยให้สารผลิตภัณฑ์ของ Bilirubin อยู่ในระดับที่ปกติอีกด้วย นอกจากนี้หัวไชเท้ายังช่วยลดการทำลายของเม็ดเลือดแดงซึ่งทำให้ผู้ป่วยดีซ่านต้องทรมานด้วยการเพิ่มออกซีเจนที่บริสุทธิ์ให้แก่เลือด
    *-*...โรคริดสีดวงทวาร - หัวไชเท้าจะช่วยให้การย่อยอาหารเป็นไปอย่างราบรื่น ช่วยเก็บรักษาน้ำ และช่วยแก้ปัญหาท้องผูกที่เป็นสาเหตุหลักของโรคริดสีดวงทวาร เนื่องจากหัวไชเท้าเป็นตัวดีท็อกซ์ที่ดีเยี่ยม มันจึงรักษาอาการริดสีดวงทวารได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้น้ำของหัวไชเท้ายังมีส่วนช่วยให้ระบบย่อยอาหารและระบบขับถ่ายได้อีกด้วย
    ความผิดปกติของทางเดินปัสสาวะ - น้ำของหัวไชเท้าสามารถบรรเทาอาการอักเสบและอาการปวดแสบปวดร้อนขณะปัสสาวะ นอกจากนี้ยังช่วยทำความสะอาดไต? ยับยั้งการติดเชื้อของไตและระบบปัสสาวะ ทำให้หัวไชเท้าเป็นตัวช่วยในการรักษาสภาพของระบบปัสสาวะ ที่มีพิษเยอะเกินไปให้เป็นปกติได้
    *-* หัวใจและหลอดเลือด - หัวไชเท้าอุดมไปด้วย Anthocyanin ซึ่งให้ทั้งสีแก่หัวไชเท้าและประโยชน์ทางสุขภาพอีกมากมาย Anthocyanin มีส่วนช่วยลดอัตราการเกิดโรคหัวใจ และหลอดเลือด ต้านมะเร็ง และคุณสมบัติต้านการอักเสบ
    *-* ลดความดันโลหิตสูง - นอกจากนี้หัวไชเท้ายังอุดมไปด้วยโพแทสเซี่ยม(Potassium) ที่มีส่วนช่วยในการลดความดันเลือด เพราะโพแทสเซี่ยมช่วยให้หลอดเลือดแดงคลายตัวใหญ่ขึ้น ส่งผลให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น การลดความดันเลือดเกิดจากหลอดเลือดแดงที่ขยายใหญ่ขึ้นนั่นเอง
    *-*.. โรคไต - จากสรรพคุณการฆ่าเชื้อ ทำความสะอาด หัวไชเท้าสามารถรักษาความผิดปกติของไตได้หลายชนิด หัวไชเท้าสามารถล้างพิษที่สะสมในไต และลดการสะสมพิษภายในกระแสเลือด นอกจากนี้ยังลดโอกาสการจิดเชื้อในไตได้อีกด้วย
    *-*... โรคเบาหวาน - หัวไชเท้ารู้จักกันมานานแล้วว่ามีน้ำตาลในระดับที่ต่ำ ดังนั้นการทานหัวไชเท้าจึงไม่ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยควบคุมการดูดซึมน้ำตาลในกระแสเลือดด้วย
    *-*.. โรคมะเร็ง - ตั้งแต่หัวไชเท้าเป็นตัวดีท็อกซ์ และอุดมไปด้วยวิตามนซี, ฟอริก(Foric) และ Anthocyanins หัวไชเท้าสามารถรักษาโรคมะเร็งได้หลายชนิดเช่น ลำไส้ใหญ่, ไต, กระเพาะอาหาร, และช่องปาก นอกจากนี้สาร Isothiocyanate ในหัวไชเท้ายังสามารถฆ่าเซลล์มะเร็งได้?
    *-*.. โรคระบบทางเดินหายใจ โรคหลอดลมอักเสบ และโรคหอบหืด - หัวไชเท้าลดความแน่นภายในระบบทางเดินหายใจรวมทั้งการระคายเคืองของจมูก ลำคอ และปอด ที่สามารถเกิดขึ้นได้เมื่อเป็นโรคหวัด โรคภูมิแพ้ หรือเกิดการติดเชื้อ หัวไชเท้ามีประสิทธิภายในการฆ่าเชื้อและอุดมไปด้วยวิตามิน ซึ่งสามารถป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจได้
    จะดอง หรือหมักกับ น้ำผึ้ง ได้นะครับ? จะ ปั่นคั้นน้ำ ทานผสมน้ำผึ้ง ก็ รักษา ลำใส้ ปลายทวาร บรรเทา ริดสีดวงทวาร ได้ละครับ ลุงหมอ? cheers farao santa
    avatar
    ลุงหมอ
    ผู้ก่อตั้ง
    ผู้ก่อตั้ง

    จำนวนข้อความ : 6843
    Join date : 20/11/2010

    Re: รวมตัวยาดี?

    ตั้งหัวข้อ  ลุงหมอ on Thu Aug 06, 2015 4:42 pm

    Rolling Eyes Wink Laughing หัวร้อยรู สรรพคุณ : หัวนำมาหั่นเป็นแผ่นบางๆแล้วนำไปต้ม(ใช้ได้ทั้งสดและแห้ง) เอาน้ำรับประทานเป็นยาบำรุงหัวใจ ขับเส้นชีพจรได้ดีมาก ขับพยาธิในท้อง ปรุงเป็นยาแก้พิษในข้อในกระดูก เช่น พิษประดง เป็นต้น ปรุงเป็นยาแก้เข้าข้อ และข้อเท้าปวดบวม นอกจากนี้ยังสามารถนำมาปรุงเป็นยารักษาโรคมะเร็งได้ด้วย ความเชื่อ : เป็นว่านทางเสนห์เมตตามหานิยม ผู้ทรงวิทยาคุณมักใช้ร่วมกับกาฝากชนิดต่างๆเพื่อทำวัตถุมงคล นำมาปรุงเป็นยารักษาโรคมะเร็งได้ด้วย

    สูตรยายอดมะเร็ง ยอดยากินแก้มะเร็งทุกชนิดของศูนย์อภิบาลผู้ป่วยมะเร็งธรรมชาติบำบัด อโลคยศาล วัดคำประมง สาขาเกาะสีชัง
    1.หัวร้อยรู หนัก 50 กรัม
    2. ไม้สักหิน หนัก 50 กรัม
    3. ข้าวเย็นเหนือ-ข้าวเย็นใต้ อย่างละ หนัก 200 กรัม
    4. โกฐจุฬา-โกฐเชียง อย่างละ หนัก 50 กรัม
    5. กำแพงเจ็ดชั้น หนัก 50 กรัม
    6. ทองพันชั่ง หนัก 200 กรัม
    7. เหงือกปลาหมอ หนัก 200 กรัม
    8. ผีหมอบ (ไมยราบ) หนัก 100 กรัม
    9. หญ้าหนวดแมว หนัก 50 กรัม
    หากท่านไม่ทราบสมุนไพรหรือไม่มีตัวไหนก็ไปซื้อที่ร้านขายยาแผนไทยได้ครับเดี๋ยวเขาจะจัดให้

    วิธีการต้มยายอดมะเร็ง
    ข้อปฏิบัติ: จุด ธูป 3 ดอกเทียนคู่ ทำสมาธิ ระลึกถึงคุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ พร้อมทั้งสวดพระคา ถาสักกัตวาฯ3จบ และอัญเชิญบารมีของพระพุทธไภษัชยคุรุไวฑูรยประภา (พระกริ่งอโรคยาศาล) และท่านบรมครูชีวกโกมารภัจจ์ ซึ่งเป็นผู้คิดตำรายา นี้ และนำไปปักไว้กลางแจ้ง
    วิธีต้มยา: นำ ตัวยาทั้งหมดใส่ลงไปในหม้อดินที่มีขนาดใหญ่ที่สุด (แหล่งจำหน่ายอยู่ที่เกาะ เกร็ด จ.นนทบุรี) และใส่น้ำฝน (เน้นย้ำน้ำฝนที่ดีที่สุด)ลงไปในหม้อดินแช่ยา ไว้ประมาณ 10 นาทีให้พอท่วมยา จากนั้นตั้งไฟแรงปานกลางปิดฝาหม้อ ต้มให้เดือดนาน 15 นาที ยกหม้อยาลง แล้วรินน้ำยาเก็บไว้ในหม้อเคลือบใหญ่มีหูหิ้ว ขนาด เบอร์32 (ครั้งที่1) จากนั้นเติมน้ำลงไปให้ท่วมตัวยา แล้วต้มให้เดือดนาน 15 นาที แล้วรินน้ำยาเก็บรวมไว้กับของเก่า (ครั้งที่2)ใส่น้ำให้ท่วมตัวยาใหม่อีกครั้ง ต้มให้เดือดนาน 15 นาที แล้วรินน้ำยาเก็บไว้รวมกับของเก่า (ส่วนที่3) ส่วนกากที่เหลือทิ้งให้ เย็นจึงนำไปเทที่ต้นไม้โพธิ์
    หมายเหตุ: เวลา 15 นาที เริ่มนับตั้งแต่น้ำยาเดือดเต็มที่ เป็นต้น ในกรณีที่ยังไม่เป็นมะเร็ง ก็สามารถกินยานี้เพื่อป้องกันก่อนได้ ลุงหมอ

    เข้าถึงแล้ว 1,746 คน
    cheers santa
    avatar
    ลุงหมอ
    ผู้ก่อตั้ง
    ผู้ก่อตั้ง

    จำนวนข้อความ : 6843
    Join date : 20/11/2010

    Re: รวมตัวยาดี?

    ตั้งหัวข้อ  ลุงหมอ on Thu Aug 06, 2015 4:43 pm

    Very Happy Shocked Smile ตำรายาแก้มะเร็ง รักษามะเร็ง เป็นสูตรยาของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง ประกอบด้วยแห้วหมู ขมิ้นชัน ปูนกินหมาก เป็นตำรับยาหมอชีวกโกมารภัจ สูตรนี้เอามะเร็งเบาหวานอยู่ *-*
    พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมญาณเรียนวิชาแพทย์แผนโบราณมาตั้งแต่ยังไม่ บวช หลังจากบวชแล้วก็ได้เป็นผู้ช่วยหลวงปู่ปาน รักษาคนไข้ และได้เรียนวิชาแพทย์จากท่านที่มีอทิสสมานกายอีกมาก วิชาเหล่านี้ต่อมาจากท่านละทิ้งหมด จนกระทั้งเริ่มรับลูกศิษย์ และเห็นทุกขเวทนาของลูกศิษย์บางคน จึงได้บอกสูตรยาต่าง ๆ ให้ รายละเอียดมีดังนี้
    *-* หมายเหตุ ก่อนกินยานี้ให้นำดอกไม้ธูปเทียนบูชาพระ ขอพระองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ช่วยให้โรคหายไปจากร่างกาย ขอพรท่านโกมารภัจเจ้าของยา ขอให้ท่านช่วยให้ยานี้มีฤทธิ์ทำลายโรคให้หมดไป ขอพรท่านแม่ศรีช่วยด้วย ขอให้โรคทั้งหลายสลายตัวไปให้หมด นับตั้งแต่กินยานี้เข้าไปแล้ว ยานี้ใช้ได้ผลเฉพาะบุคคลที่มีความเชื่อในพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระอริยสงฆ์ เท่านั้น *-* ลุงหมอ
    สูตรยาแก้โรคมะเร็งและโรคอักเสบภายในต่างๆ
    สูตรตัวยามีดังนี้ ขมิ้นชัน ๑ กำมือ กับหญ้าแพรก ๑ กำมือ โขลกให้ละเอียดคั้นกับน้ำปูนใส (ปูนกินกับหมาก) แล้วกรองด้วยผ้าขาวบาง
    วิธีใช้ รับประทานครั้งละประมาณ ๑ ถ้วยชา หรือประมาณ ๓๐ ซี.ซี รับประทานวันละ ๑ ครั้ง ก่อนอาหารเช้า ๓๐ นาที หรือ ๑๕ นาที เป็นอย่างน้อย
    รักษาโรคมะเร็ง และโรคอักเสบต่าง ๆได้ทั้งหมด เช่น โรคกระเพาะ โรคลำไส้อักเสบ ตับอักเสบ ไตอักเสบ ฯ ล ฯ
    ถ้าโรคเบาหวาน ขณะที่กินยา ห้ามกินกะปิกับของแสลง คือของหวานในช่วงกินยา ๓ วันหาย
    ประวัติของยานี้หลวงพ่อเล่าให้ฟัง เมื่อวันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๒๘ ยานี้ท่านหมอ โกมารภัจมาบอกหลวงพ่อ โดยหลวงพ่อเล่าให้ฟังว่า
    “ ยานี้คือยารักษาโรคมะเร็ง โรคเบาหวานเพียงแค่พื้น ๆ โรคกระเพาะ โรคตับนี้รักษาง่าย ท่านบอกว่า แต่อย่าไปรับรองชาวบ้านเขานะ ห้ามรับรองชาวบ้านเขา ฝีในท้องกิน ๓ ระยะ ๆ ๓ วัน เว้น ๗ วันหาย
    บอกว่าถ้าหัวฝีแตกยิ่งดีใหญ่ โรคไต ๓ ถ้วยหายโรคอักเสบทั้งหมดรักษาได้ทุกอย่าง โรคเบาหวานห้ามกินกะปิ และของหวานในช่วงเวลาที่กินยา คนไข้คนไหนไม่เว้นของแสลง ไม่ควรสงสาร เพราะว่าตัวเขาเองยังไม่รัก แล้วเราจะไปรักทำไมต้องถือคตินี้นะ
    ประวัติ ความเป็นมาเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๓ ตอนนั้นอยู่ชัยนาท คุณสมศรี เธอเป็นโรคมะเร็งในมดลูก รักษาตัวมาเป็นเดือนหมดเงินเป็นหมื่น มะเร็งระยะสองไม่หาย เธอมาปรารภอาการป่วยให้ฟัง ยาฉันก็ไม่มี ฉันไม่รู้จะไปหาที่ไหน นั่งนึกถึง ท่านโกมารภัจ ท่านก็มาท่านบอกให้แม่มันไป ตลาดโพธิ์นางดำ ไปถามหมอโบราณที่นั่น หมอชื่ออะไร รูปร่าง
    อย่างไร ท่านก็ไม่บอก บอกไปเถอะไปเจอใครเขาบอกยาองเขารักษาหาย ให้เอามารักษาจะหาย ไม่ใหม่ประวัติความเป็นมาจำไว้นะ
    แล้ว แกก็ไปหาทันที ไปรอลงเรือที่ ประตูน้ำเขื่อนเจ้าพระยา ก็ไปรอลงเรือ
    ไอ้ท่าเรือก็มีผู้ชายคนหนึ่งผอมโปร่งผิวขาว แต่งตัวเรียบร้อยไม่พูดไม่จากับใคร
    นั่งเฉยหัว ก็ขาวโพลน นั่งเฉยคอยเรือเกือบชั่วโมงไม่พูดกับใครเลย
    เวลาลงเรือหางยาวบังเอิญ นั่งคู่กันไป เรือวิ่งไปประมาณ ๑ กิโลเมตร แกหันมาถามว่าหนูจะไปไหน บอกจะไป ตลาดโพธิ์นางดำ ถามไปทำไม บอกลูกสาวประจำเดือนออกไม่หยุด หมอบอกเป็นมะเร็งที่มดลูก
    ชายคนนั้น แกถามต่อไปว่า แล้วนี่จะไปไหน บอกไปหาหมอ ถามหมอชื่ออะไร แกบอกไม่รู้ บอกไม่รู้ไปอย่างไร
    บอกว่าพระท่านบอกถ้าไปเจอหมอที่ โพธิ์นางดำ ท่านเป็นหมอโบราณ
    ถ้าท่านบอกยารักษาหายให้นำมาเลย บอกถ้าอย่างนั้นไม่ต้องไป ยาที่ฉันมีพอเรือหางยางสวนมาแกกวักมือบอกกลับได้
    แล้ว ปรากฏว่าวันหลังไปถามเรือหางยาวคนนั้นว่า คนรูปร่างแบบนั้นขึ้นที่ไหน ไอ้เรือหางยาวเขารู้จักกันบอกเวลานั่งมาเห็น เลาขึ้นไม่เห็นตอนขึ้นเขาเก็บสตางค์ ไม่เห็นโดดน้ำไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
    แก่ทำกินไม่ถึงถ้วยชา แคครึ่งถ้วยชา ถ้วยเดียวหาย แต่ท่านบอกว่าให้กิน ๓ ถ้วย แล้วจะหายสนิทมะเร็งนี่นะ ไอ้โรคเบาหวานเรื่องเล็ก ๆ เล็ดหมดเลย เบาหวานขนาดม้า มะเร็งขนาดช้าง ท่านเลยบอกว่าหาย ไอ้โรควัณโรคนานหน่อยนะ กิน ๓ วันติด ๆ กัน เว้น ไป ๗ วัน ๓ ระยะ เท่ากับกิน ๙ ถ้วยหาย
    ท่านก็เลยสรุปอักเสบทั้งหมดใช้ได้หมดเลย เดี๋ยวลองถามท่านกินบ่อย ๆ จะได้ไหม ท่านบอกว่าป้องกันโรคต่าง ๆ ปีละงวด ๓ ถ้วย กิน ๓ วัน ถ้ากินป้องกันร่างกายทรุดโทรม ๖ เดือนงวด จะไปกินเร็วกว่านั้นไม่ได้ ๖ เดือนกิน ๓ ถ้วย
    แต่ท่านบอกว่าอย่าไปรับรองใครเขานะ บอกเราเคยกินหายมาแล้ว เราอย่าไปรับรองผล ถ้าบังเอิญมันเป็นระยะปลาย และคนนั้นจะต้องตายมีอยู่ อย่าไปรับรองเขา แล้วท่านบอกว่า หญ้าแพรกทำให้เย็น ขมิ้นรักษา และน้ำปูนใสทำให้อย่างแห้งเร็ว? *-* ลุงหมอ santa
    avatar
    ลุงหมอ
    ผู้ก่อตั้ง
    ผู้ก่อตั้ง

    จำนวนข้อความ : 6843
    Join date : 20/11/2010

    Re: รวมตัวยาดี?

    ตั้งหัวข้อ  ลุงหมอ on Thu Aug 06, 2015 4:45 pm

    Very Happy Laughing Rolling Eyes เกิดแญหาที่เอ็นหัวเข่า? มีสมุนไพร ชนิดใด บำรุงเส้นเอ็น หรือกล้ามเนื้อ ได้ดีบ้างครับ?
    *-* .เมล็ดลำใย. ตัวใหม่ ที่กำลังรวบรวม จะทำ คือสะกัดจาก เมล็ดลำใย? พิสูจน์แล้วว่า ใช้ได้ผลดีกับ โรคข้อเข่าเสื่อม? กำลังรวม วัตถุดิบอยู่ละครับ? ผักแพรว หัวไพร ใบยอ ลูกเดือย มะตูมอ่อน ฯลฯ
    - เถาเอ็นอ่อน มีสรรพคุณทางยาดังนี้ เป็นยาบรรเทาอาการปวดเมื่อย คลายเอ็น ทำให้เส้นหย่อน บำรุงเส้น แก้เส้นพิการ แก้ปวดหลัง แก้ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและบำรุงร่างกาย
    - ขมิ้นเครือ หรือเถาโคคลาน นักวิจัยทั้งไทยและต่างประเทศได้พบว่า มี สรรพคุณ แก้เส้นตึง ปวดเอว ปวดหลัง ปวดข้อ ปวดในกระดูก แก้ปวดเมื่อยตามร่างกายของผู้สูงอายุ แก้กษัย ไตพิการ ขับปัสวะ บำรุงเลือด กล้ามเนื้ออักเสบ ตับอักเสบ โรคกระเพาะ แผลในกระเพาะ แก้โรคผิวหนัง
    - เถามวกขาว สรรพคุณ ใช้เป็นยารักษาอาการพิษ รักษาบาดแผล รักษาอาการประดง รักษาน้ำเหลืองเสีย
    - ลูกกระวาน สรรพคุณ ขับพิษร้าย รักษาโรคโลหิตเป็นพิษ แก้ลมเป็นสันนิบาต ยับยั้งการเจริญของเชื้อแบททีเรีย
    - กานพลู สรรพคุณ แก้โรคเหน็บชา แก้หอบ แก้ไอ แก้น้ำเหลือเสีย แก้เลือดเสีย แก้ลม แก้ธาตุพิการ บำรุงธาตุ
    - พิกาลังสา สรรพคุณ ฆ่าเชื้อโรค ลดอาการอักเสบ แก้โรคตับพิการ
    เกร็ดสาระแน สรรพคุณ มีฤิทธิ์บรรเทาอาการคัน ระงับปวด ฆ่าเชื้อ ช่วยขับลมในกระเพาะ
    - สมอไทย สรรพคุณ เป็นยาสมานแผล บำรุงถุงน้ำดี
    - โกฐสอ สรรพคุณ บำรุงหัวใจ กระตุ้นการหมุนเวียนของเลือด ฟอดเลือด
    - ฟ้าทะลายโจร สรรพคุณ ระงับอาการอักเสบ แก้ติดเชื้อ มีฤิทธิ์เช่นเดียวกับเพนนิซิลินเมื่อเทียบกับยาแผนปัจจุบัน ซึ่งปัจจุบันมีทั้ง ชนิดบดละเอียดและแคปซูลให้เลือกซื้อคลิกดู
    - กำแพงเจ็ดชั้น สรรพคุณ แก้ปวดเมื่อยตามข้อมือ ข้อเท้า บำรุงโลหิต ระบายลมในท้องได้ดี แก้ท้องอืด
    - ใบมะกา มีสรรพคุณ เป็นยาระบาย แก้ท้องผูก โดยเฉพาะผู้สูงอายุได้ดี ช่วยปรับระบบขับถ่าย
    - หัวแห้วหมู มีฤทธิ์ทางยาคือ เป็นยาบำรุงกำลัง ยาอายุวัฒนะ ต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย แก้โรคมะเร็ง บำรุงหัวใจ ลดความอ้วน เพิ่มฮอร์โมนเพศชายและหญิง บำรุงสายตา โดยเฉพาะคนแก่หัวตาฝ้าฟาง ทำให้สายตาสว่างขึ้น กระชุ่ม กระชวย คึกคึกเหมือนเป็นหนุ่มรุ่นกระทง บำรุงครรภ์ แก้ธาตุพิการ ฯลฯ
    - แส้ม้าทะลาย สรรพคุณ รักษาโรคมะเร็ง โรคผิวหนัง แก้น้ำเหลืองเสีย ขับพิษไข้ ขับลม แก้ฟกช้ำ บวม ไขสันนิบาต โรคตะคิว
    - แก่นขี้เหล็ก แก้เส้นเอ็นพิการ แก้พิษไข้ แก้ลมขึ้นเบื้องสูง โรคเหน็บชา ลดความดัน เป็นยาระบาย แก้กษัย บำรุงเลือด แก้นิ่ว ขับระดูขาว แก้เหน็บชา โรคอัมพฤกษ์ ไข้ผิดสำแดง .. ลุงหมอ? santa
    avatar
    ลุงหมอ
    ผู้ก่อตั้ง
    ผู้ก่อตั้ง

    จำนวนข้อความ : 6843
    Join date : 20/11/2010

    Re: รวมตัวยาดี?

    ตั้งหัวข้อ  ลุงหมอ on Thu Aug 06, 2015 4:49 pm

    Very Happy Laughing Smile สมุนไพรช่วยเลิกบุหรี่ สำหรับสิงห์อมควันที่อยากจบกันกับบุหรี่แล้ว ไม่จำเป็นต้องเข้าคอร์สบำบัดอาการติดบุหรี่ให้เสียเงินมากเลย

    เราก็มีสมุนไพรพื้นบ้านมาเป็นตัวเลือก และขออวดหน่อยว่านี่ล่ะ ของดีที่ช่วยให้คุณเลิกบุหรี่ได้เด็ดขาด แถมไม่ต้องจ่ายเยอะ
    ส่องฟ้า โปร่งฟ้า ยาสารพัด ต้านมะเร็ง เบาหวาน ความจำเสื่อม เลิกบุหรี่ แก้พิษ อัมพาต อื่นๆ


    โปร่งฟ้า สรรพคุณเหลือล้น คุณภาพเหลือลาย
    ชื่อทางวิทยาศาสตร์ MURRAYA SIAMENSIS CRAIB
    วงศ์ RUTACEAE

    โปร่งฟ้า เป็นไม้ทรงพุ่มขนาด ๒-๔ วา ใบรูปไข่ปลายแหลม มีต่อมน้ำมันกระจ่าย ทั่วทั้งใบส่องดูจะมองเห็นเป็นจุดทั้งใบ ดอกสีขาวคล้ายดอกสะเดามีกลิ่นหอมอ่อนๆ ออกดอกที่ปลายกิ่ง เกิดตามป่าโปร่งที่แห้งแล้ง หรือป่าละเมาะทั่วประเทศไทย

    สรรพคุณ
    ใบโปร่งฟ้า มีรสหอมหวาน รสเผ็ดร้อน แก้ผื่นคัน แก้พิษตะขาบ ห้ามเลือด ขยี้พอกที่แผลสด แก้ท้องอืดเฟ้อ แก้ไอเจ็บคอ ขับลม ท้องอืด แก้หวัด แก้ไซนัส ภูมิแพ้ หอบหืด บำรุงหัวใจ บำรุงสมอง คลายกล้ามเนื้อ นอนกรน ลดไขมันในเลือด ความดันโลหิตสูง ลิ้นกระด้างคางแข็งเนื่องจากอัมพาตชั่วคราวระยะไม่เกิน 24 ชม เลิกเหล้า เลิกบุหรี่ ถอนพิษคาเฟอีนจากกาแฟ
    ดอกโปร่งฟ้า ฆ่าเชื้อโรค แผลเรื้อรัง ไส้ลาม ไส้ด้วน
    รากโปร่งฟ้า รสเฝื่อนเย็น แก้ตามัว ตาฝ้า ตาฟาง ฝนกับน้ำ กินและทาแก้พิษงู แก้วัณโรคชนิดบวม แก้โรคหิตในลำคอและลำไส้ให้กระจาย แก้ริดสีดวง

    หากใครที่กำลังคิดจะเลิกบุหรี่อยู่ล่ะก็ ไม่ต้องไปหาวิธีเลิกให้ยาก ไม่ต้องเสียเงินเสียทอง แค่ไปหาใบของต้น โปร่งฟ้า มาใบเดียว นำใส่ปากแล้วเคี้ยว เมื่อเกิดอาการอยากสูบบุหรี่ หลังจากนั้นเมื่อสูบบุหรี่ สารที่อยู่ในใบโปร่งฟ้าจะทำปฏิกิริยากับควันบุหรี่ทำให้รู้สึกเกิดอาการพะอืดพะอมอยากจะอาเจียน หรืออาจจะอาเจียนออกมาเลยทันที ทำให้ไม่อยากสูบบุหรี่อีก ทำแบบนี้เป็นประจำเมื่อเกิดอาการอยากบุหรี่ ทำไปเรื่อยๆก็จะเลิกบุหรี่ได้เอง

    โปร่งฟ้า เป็นไม้พุ่มสูงไม่เกิน 1 เมตร มีชื่อเรียกอย่างอื่นคือ ต้นส่องฟ้า, หวดหม่อนต้น, หัสคุณดง, ลอดฟ้า มีสรรพคุณเฉพาะ ราก ต้มน้ำดื่มแก้ไข้ ปวดศีรษะ แก้พิษสำแดง ผสมกับราก หนามงัวซัง และเหง้าว่านน้ำปริมาณเท่ากัน ต้มน้ำดื่มแก้หลอดลมอักเสบ หรือผสมกับรากฟังคี ต้มน้ำดื่มแก้จุกเสียด ผสมกับรากน้ำนมราชสีห์ รากทับทิมและเดือยไก่ป่า ฝนกับน้ำดื่มและทาตัวแก้ไข้กำมะลา (อาการไข้หมดสติและตายโดยไม่ทราบสาเหตุ) ตำรายาโบราณ ราก ผสมเป็นยาหยอดตา แก้ตามืด ตามัว ตาฝ้าฟาง แสบตา ราก ฝนกับน้ำดื่มและทาแก้พิษงู แก้วัณโรคชนิดที่บวมขึ้นได้ดีมาก

    ใบของต้นโปร่งฟ้า นำมาส่งกับแดดหรือแสงไฟจะเห็นแสงลอดผ่านใบ เห็นเส้นใยของใบ นี่อาจเป็นที่มาของชื่อต้นโปร่งฟ้า เมื่อนำใบมาขยี้จะเกิดกลิ่้นหอมอ่อนๆ นำมาทำน้ำมันหอมระเหยได้


    ปัจจุบันต้น “โปร่งฟ้า” ยังพบว่าใช้แก้ “โรคภูมิแพ้” ได้อีกด้วย มีวิธีง่ายๆเอาใบสดจำนวน 2 ใบ เคี้ยวกินวันละครั้งก่อนนอน จะช่วยให้อาการของภูมิแพ้ ค่อยๆดีขึ้น หรือ อีก วิธีหนึ่งเอาใบสดประมาณ 5-10 ใบ ล้างน้ำให้สะอาดแล้วนำมาต้มกับเดือด ชงน้ำชาสมุนไพรโปร่งฟ้า ดื่มขณะยังอุ่นแทนน้ำชาตลอดวัน จะเป็นยาแก้ ภูมิแพ้ได้ สามารถต้มดื่มได้เรื่อยๆไม่มีอันตรายใดๆ แต่ถ้าดื่มแล้วอาการไม่ดีขึ้นก็หยุดได้เลย แสดงว่าไม่ถูกทางยากัน

    สมุนไพรพื้นบ้านของไทยที่มีรสหวานปะแล่ม เมื่อกินเข้าไปจะทำปฏิกิริยากับต่อมรับรสของเรา และพอสูบบุหรี่หลังจากเคี้ยวใบโปร่งฟ้าไปแล้ว รสชาติของบุหรี่จะเปลี่ยนไปในทางที่จัดว่าแย่มาก จนสิงห์อมควันบางคนถึงขั้นอาเจียนออกมาซะอย่างนั้น และในที่สุดก็จะทำให้ขยาดบุหรี่ไปเอง ซึ่งหากคุณตั้งใจจริงที่จะเลิกบุหรี่ให้ได้ สามารถเด็ดใบสดของต้นโปร่งฟ้าออกมา 1-2 ใบ แล้วนำมาเคี้ยวทุกครั้งที่รู้สึกอยากสูบบุหรี่ ทั้งนี้ต้องอาศัยความอดทนและกำลังใจจากของตัวเองและคนรอบข้าง เพื่อผลักดันให้การเลิกบุหรี่สำเร็จไปด้วยดีด้วยนะคะ

    ข้อมูลทั่วไป จากกูเกิ้ล cheers santa
    avatar
    ลุงหมอ
    ผู้ก่อตั้ง
    ผู้ก่อตั้ง

    จำนวนข้อความ : 6843
    Join date : 20/11/2010

    Re: รวมตัวยาดี?

    ตั้งหัวข้อ  ลุงหมอ on Thu Aug 06, 2015 5:04 pm

    Very Happy Laughing Smile เกร็ดเลือดต่ำ ทำไงดี? ทางเลือกง่ายๆ ไม่ต้องใช้เคมี? เพิ่มภูมิต้านทาน
    *-* ใช้น้ำต้ม ใบมะละกอดื่ม ทานประจำครับ? น้ำใบมะละกอ มีเอนไซม์ ไชโมปาเปน และ ปาเปน ที่ช่วยเพิ่มเกล็ดเลือด หรือที่เรียกว่า เกล็ดเลือด CD4 และยังบรรเทาอาการของโรค? หาอะไรไม่ได้มี กะเม็งแดง ต้มกินน้ำ ได้ก็ดีละครับ
    บริษัทผลิตยาได้เตรียมการผลิตสารสกัดจากใบมะละกอ ในรูปแบบของแคปซูล และสูตรแบบเหลว สำหรับให้ได้ผลที่รวดเร็ว แพทย์แนะนำให้ดื่มน้ำใบมะละกอ 20-25มล.วันละสองครั้ง ใน 1อาทิตย์. และ รักษาไข้เลือดออก แนวใหม่ใช้ใบมะละกอคั้นน้ำ ได้อีกด้วย?
    -นพ.สมยศ กิตติมั่นคง หัวหน้ากลุ่มพัฒนาการดูแลรักษาผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ ว่า มีเรื่องน่าสนใจเกี่ยวกับการรักษาโรคไข้เลือดออกแนวใหม่
    ที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ โดยจากการศึกษาข้อมูลซึ่งไปเจอโดยบังเอิญ พบว่า สามารถใช้ใบมะละกอสดมาคั้นน้ำดื่มควบคู่กับการรักษาแผนปัจจุบัน จะทำให้เกล็ดเลือดของผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกเพิ่มขึ้นได้ภายใน 24-48 ชม.ช่วยลดอัตราการตายลงได้ ยังงงว่าประเทศไทยไม่มีการพูดถึงเรื่องนี้ ทั้งที่ใบมะละกอบ้านเรามีเยอะแยะ อีกทั้งช่วงนี้มีคนเสียชีวิตจากโรคไข้เลือดออกจำนวนมาก
    นพ.สมยศ กล่าวต่อว่า ส่วนตัวยังไม่เคยทดลองใช้ใบมะละกอกับผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก แต่มีงานวิจัยรองรับในหลายประเทศ มีการทดลองในคนไข้แล้วได้ผล เช่น ประเทศอินเดีย ปากีสถาน มาเลเซีย นอกจากนี้ยังมีการจดสิทธิบัตรน้ำใบมะละกอในต่างประเทศด้วย ไม่ได้ใช้เฉพาะผู้ป่วยเกล็ดเลือดต่ำจากไข้เลือดออกเพียงอย่างเดียว แต่ใช้ในกรณีอื่นด้วย
    นพ.สมยศ กล่าวว่า ผู้ป่วยไข้เลือดออก เกล็ดเลือดจะต่ำลงเรื่อย ๆ เนื่องจากมีภาวะเลือดออก และอาจทำให้เสียชีวิตได้ แต่การดื่มน้ำใบมะละกอวันละ 30 ซีซี. ติดต่อกัน 3 วัน ระดับเกล็ดเลือดที่ต่ำจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้น เมื่อถามว่า ได้นำเสนอให้ผู้ใหญ่และผู้เกี่ยวข้องในกระทรวงสาธารณสุขได้รับทราบหรือยัง นพ.สมยศ กล่าวว่า ยัง แต่ได้เผยแพร่ใน WWW.ล้างพิษตับ.com เฟซบุ้กส่วนตัว ใส่ชื่อตนและเบอร์โทรศัพท์พร้อมให้ข้อมูลเรื่องนี้เพราะมีการรวบรวมงานวิจัยในเรื่องนี้เอาไว้หลายแห่ง อย่างไรก็ตามเริ่มพูดคุยกับ รพ.บางแห่งแล้ว
    “สำหรับขั้นตอนการรักษาโรคไข้เลือดออกด้วยใบมะละกอสด
    คือ ใช้ใบมะละกอสดพันธุ์ใดก็ได้ประมาณ 50 กรัมจากต้นมะละกอ จากนั้นล้างให้สะอาด และทำการบดให้ละเอียด ไม่ต้องเติมน้ำ กรองเอากากออก ดื่มน้ำใบมะละกอสด แยกกาก วันละ ครึ่งแก้ว หรือ 30 ซีซี ติดต่อกัน 3 วัน วิธีนี้มีการวิจัยมาแล้วว่าไม่เป็นอันตราย”นพ.สมยศ กล่าว
    นพ.สมยศ กล่าวด้วยว่า ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าสารสำคัญตัวใดในใบมะละกอที่สามารถช่วยเพิ่มระดับเกล็ดเลือด รู้แต่ว่ากินแล้วได้ผล และทดลองในคนได้ผล ดังนั้นเมื่อกินแล้วไม่มีผลเสีย หรืออันตราย ถือเป็นทางเลือกหนึ่งในการรักษา เพราะปกติผู้ป่วยไข้เลือดออกก็รักษาไปตามอาการอยู่แล้ว
    1. โรคไข้เลือดออกเป็นโรคร้ายแรงที่เกิดจากไวรัสไข้เลือดออก โดยยุงลาย โรคนี้อาจถึงแก่ชีวิตได้ตลอดเวลา อาการของโรค เช่น ไข้ขึ้นสูง ปวดศรีษะ ปวดกล้ามเนื้ออย่างรุนแรง ปวดตามข้อ มีผื่นสีแดงบนร่างกาย ก่อให้เกิดอาการคัน และ ปริมาณของเกล็ดเลือดลดลง จนถึงขณะนี้ยังไม่มียาเฉพาะเจาะจงสำหรับโรคนี้ ยาแอสไพรินและไอบูโปรเฟน มีผลข้างเคียงในตัวมันเอง น้ำใบมะละกอเป็นวิธีรักษาตามธรรมชาติที่ไม่มีผลข้างเคียงใดๆ ในการวิจัยทางวิทยาศาสตร์และหลายกรณีศึกษาได้แสดงให้เห็นว่า น้ำใบมะละกอ มีเอนไซม์ ไชโมปาเปน และ ปาเปน ที่ช่วยเพิ่มเกล็ดเลือด หรือที่เรียกว่า เกล็ดเลือด และยังบรรเทาอาการของโรค บริษัทผลิตยาได้เตรียมการผลิตสารสกัดจากใบมะละกอ ในรูปแบบของแคปซูล และสูตรแบบเหลว สำหรับให้ได้ผลที่รวดเร็ว แพทย์แนะนำให้ดื่มน้ำใบมะละกอ 20-25มล.วันละสองครั้ง ใน 1อาทิตย์.
    2. ใบมะละกอมีคุณสมบัติป้องกันโรคมาลาเรียได้เป็นอย่างดี ในบางประเทศใช้น้ำใบมะละกอในการป้องกันและรักษาโรคมาลาเรีย
    3. คุณสมบัติต้านมะเร็งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมะละกอมีความเข้มข้นในสารสกัดจากใบ ตามการวิจัยที่จัดทำโดยวารสาร enthnopharmacology พบว่าน้ำในใบมะละกอมีเอนไซม์บางอย่างที่มีคุณสมบัติในการต่อต้านโรคมะเร็งได้อย่างน่าทึ่ง และเนื้องอกชนิดต่างๆ ที่มีผลต่อร่างกาย เช่น มะเร็งลำคอ มะเร็งเต้านม มะเร็งตับ มะเร็งปอด และมะเร็งตับอ่อน ปราศจากสารพิษต่อร่างกาย, ในบางประเทศใช้น้ำใบมะระกอเป็นตัวทำเคมีบำบัด โดยการควบคุม ที-เซลล์ และสารสกัดจากใบมะละกอยังเพิ่มการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันโรคมะเร็ง.
    4. ใบมะระกอมีสารอาหารที่สำคัญ เช่น วิตามิน A, B1, C และ E แคลอรี่ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก และน้ำใบมีเอนไซม์ ที่สำคัญเรียกว่า ปาเปน ที่ช่วยย่อยอาหารโดยการสลายโปรตีนธรรมชาติ
    5. น้ำใบมะละกอ มี สารออกฤทธิ์มากว่า 50 ส่วนผสม รวมทั้งสาร karpain ที่ยับยั้งจุลินทรีย์ อาทิ เชื้อรา หนอนปรสิต แบคทีเรีย เช่นเดียวกันกับรูปแบบของเซลล์มะเร็ง มักจะใช้ยาสมุนไพรเพื่อขับพยาธิ เนื่องจากทีแทนนินที่ปกป้องลำไส้จากการติดเชื้อจากากรฟอกโปรตีนในเยื่อบุของผนังลำไส้ ด้วยวิธีนี้ พยาธิไม่สามารถแนบตัวเอง ดังนั้นจึงมีประสิทธิภาพในการยับยั้งสาเหตุของไข้ไทฟอยด์
    6. อีกประโยชน์ที่น่าตื่นใจของน้ำใบมะละกอ คือความสามารถในการต่อสู้กับการติดเชื้อไวรัสไข้หวัด มันเป็นวิธีธรรมชาติในการสร้างเซลล์เม็ดเลือดขาวและเกล็ดเลือด ใบมะละกอมีมากกว่า 50 ส่วนผสมรวมถึงวิตามิน A,C และ E ที่เพิ่มระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย
    7. ใบมะละกอสดต้มกับส้มสไลด์บางๆช่วยในการเผาผลาญไขมัน เพราะน้ำมะละกอเป็นตัวที่ช่วยลดได้ดีที่สุด
    8. น้ำใบมะละกอมีประสิทธิภาพในการบรรเทาอาการปวดประจำเดือน ในกรณีนี้ ; ใบมะละกอ 1ใบ ,มะขาม และเกลือ ผสมเข้ากันกับน้ำ แล้วนำไปต้ม, แล้วดื่มหลังจากที่เย็นแล้ว เพื่อบรรเทาอาการปวด
    ผิว - กับประโยชน์จากใบมะละกอ
    ผลไม้มะละกอ มีประโยชน์อย่างมากกับผิว จะเห็นได้จากการนำไปพอกหน้า เพื่อช่วยให้ผิวสดใส เปล่งปลั่ง นอกจากผลแล้ว ใบมะละกอยังมีประโยชน์ต่อผิวเช่นกัน
    9. น้ำใบมะละกออุดมไปด้วยวิตามิน A และ C เมื่อเทียบกับผลมะละกอ และช่วยส่งเสริมสุขภาพของผิว
    10. น้ำใบมะละกอทำหน้าที่เหมือนการล้างผิว สามารถนำมาประกอบกับสาร karpain ที่ยับยั้งจุลินทรีย์และสารพิษอื่นๆ จึงทำให้คุณมีผิวที่สะอาด ปกป้องปัญหาผิวที่จะเกิดขึ้น เช่น สิว ฝ้า และกระเป็นต้น
    11. น้ำใบมะละกอ มีประสิทธิภาพในการรักษาแผลเปื่อย กลาก เกลื้อน คุณสามารถ ทาที่มีอาการได้เลย
    12 . นำใบมะละกอสด สามารถรักษาแผลและฝี
    13. น้ำจากยางใบมะละกอ สามารถทาผิวหนังที่แข็งให้อ่อนนุ่มลง และทาหูดที่เท้าได้ ลุงหมอ? santa
    avatar
    ลุงหมอ
    ผู้ก่อตั้ง
    ผู้ก่อตั้ง

    จำนวนข้อความ : 6843
    Join date : 20/11/2010

    งดเว้นอาหาร? ที่ป้อนให้กับเซลมะเร็ง....?

    ตั้งหัวข้อ  ลุงหมอ on Mon Aug 10, 2015 12:25 am

    Very Happy Rolling Eyes Wink งดเว้นอาหาร? ที่ป้อนให้กับเซลมะเร็ง....? ถ้าจะทำลาย เซลมะเร็ง? เค็ม...? ทำให้ ตับ ไต อ่อนแอ ไม่สามาร สร้างภูมิคุ้มกัน ต่อต้านทำลาย มะเร็งได้เต็มที่
    - A.....น้ำตาลคือ อาหารของมะเร็ง การตัดน้ำตาลคือการตัดแหล่งอาหารสำคัญที่จ่ายให้ กับเซลมะเร็งสารทดแทนน้ำตาลอย่างเช่น"" นิวตร้าสวีต"" "" อีควล"" "" สปูนฟูล "" ฯลฯ ล้วนทำมาจากสารให้ความหวานซึ่งเป็นอันตรายสารทดแทนซึ่งเป็นกลางที่ดีกว่า คือน้ำผึ้ง มานูคา(จากนิวซีแลนด์) หรือน้ำอ้อยแต่ใน ปริมาณน้อยๆเท่านั้นเกลือสำเร็จรูป ก็ใช้สาร เคมีในการฟอกขาว ควรหันไปเลือกใช้"" แบรก อมิโน"" หรือ เกลือทะเลแทน
    - B....นม เป็นสาเหตุทำให้ร่างกายผลิตเมือก โดยเฉพาะในระบบทางเดินอาหาร เซลมะเร็ง จะได้รับอาหารได้ดี ในสภาวะที่มีเมือก การใช้ นมถั่วเหลือง ชนิดไม่หวานแทนนม จะทำให้ เซลมะเร็งไม่ ได้รับอาหาร? *-*
    - C....เซลมะเร็งเติบโต ได้ดี ในภาวะแวดล้อมที่ เป็นกรด? อาหารจำพวก เนื้อ? จะสร้างสภาวะ กรดขึ้น ดังนั้นจึง ควรหันไปรับประทาน ปลา จะดีที่สุด? รองลงไปคือ รับประทานไก่แทน เนื้อและหมู ในเนื้อ อาจมียาฆ่าเชื้อ ฮอร์โมนที่ สร้างการเจริญเติบโต ในสัตว์ และเชื้อปรสิต บางประเภท ตกค้างอยู่ซึ่ง ล้วนเป็นอันตราย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กับคนที่เป็นมะเร็ง? เว้นเนื้อสัตว์บก จะดีละครับ
    - D....อาหารที่ประกอบด้วย ผักสด80% และน้ำผลไม้พืช จำพวกหัวเมล็ดถั่ว เปลือกแข็ง และ ผลไม้จำนวนเล็กน้อย จะช่วยทำให้ ร่างกายมี สภาวะเป็น ด่าง? อาหารอีก20% อาจได้มาจากการทำอาหาร ร่วมกับพืชจำพวกถั่ว น้ำผักสด จะให้เอ็นไซม์ ซึ่งสามารถดูดซึมได้ง่าย และซึม ทราบสู่ระดับเซล ภายใน 1 นาที เพื่อบำรุงร่างกาย และส่งเสริมการเจริญเติบโต ของเซลที่ดี เพื่อให้ได้ เอ็นไซม์ ในการสร้างเซลที่ดี ให้ พยายามดื่มน้ำผักสดถั่วงอก (ผักส่วนใหญ่รวมทั้งถั่ว ที่มีหน่อหรือต้นอ่อน)และรับประทานผักสด ดิบ2-3 ครั้งต่อวันเอ็นไซม์ จะถูกทำลายได้ง่าย ที่อุณหภูมิ 140 องศาF (ประมาณ 4 องศา C)
    - E...ให้หลีกเลี่ยงกาแฟ น้ำชาและช๊อกโกแลต?*-* ซึ่งมีคาเฟอีนสูง...
    ชาเขียว ถือเป็นทางเลือกที่ดี และมีคุณสมบัติในการต้านมะเร็ง น้ำดื่มให้ เลือกดื่มน้ำ บริสุทธิ์ หรือที่ผ่านการกรอง เพื่อหลีกเลี่ยงท๊อกซิน และโลหะหนักในน้ำประปา น้ำกลั่น มักมีสภาพเป็นกรด ให้หลีกเลี่ยง? farao cheers santa

      เวลาขณะนี้ Mon Sep 24, 2018 4:13 pm